เบเกอรี่คืออะไร?

เบเกอรี่ คือ ขนมหรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากแป้ง แล้วนำไปอบให้สุกนั่นเอง ถ้ากล่าวให้เข้าใจง่าย ๆ “เบเกอรี่” ก็คือ ขนมหวานของทางตะวันตกที่จะต้องผ่านกระบวนการอบนั่นเอง โดยขนมหรือผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่เรามักรู้จักหรือได้รับความนิยม ก็มีมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ขนมปัง เค้ก พาย ครัวซองต์ เป็นต้น ถือว่าเป็นขนมที่มีชื่อเสียงดังไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้


เบเกอรี่ Bakery มีรากศัพท์มาจากคำว่า Bake ที่แปลว่า อบ จึงอาจกล่าวได้ว่า เบเกอรี่ คือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแป้งสาลีเป็นหลัก และทำให้สุกโดยวิธีการอบ



เบเกอรี่เริ่มมีขึ้นในยุคหิน โดยชาวสวิสได้เป็นผู้ริเริ่มนำเมล็ดข้าวสาลีมาบดให้แตก ผสมน้ำ ทำให้สุกบนแผ่นหินเผาไฟ ได้อาหารเป็นแผ่น ข้างในเหนียวเหนอะหนะ นับเป็นขนมปังชนิดแรกของโลกเลยค่ะ และต่อมา ชาวอียิปต์ได้พัฒนาจากขนมปังที่เป็นก้อนแน่น ให้มาเป็นก้นโปร่งฟูขึ้น ซึ่งมาจากที่ชาวอียิปต์หมักก้อนแป้งแล้วลืมทิ้งไว้ และได้นำมาผสมกับแป้งที่ทำใหม่เพื่อให้ขนมขึ้นฟู และชาวอียิปต์ยังได้นำดินเหนียวมาทำเป็นภาชนะเพื่อใช้ในการอบขนมแทนแผ่นหิน ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นเตาอบชนิดแรกของโลก และเตาอบชนิดนี้ แบ่งเป็น 2 ชั้น คือ ชั้นล่างไว้ก่อไฟ ชั้นบนสำหรับอบขนม เชื่อกันว่าเริ่มมีการผลิตมาตั้งแต่ 3,000 ปีก่อน โดยต้นกำเนิดมาจากพวกทาสในยุคอียิปต์โบราณ ที่ได้ผสมก้อนแป้งที่ลืมทิ้งไว้ลงในแป้งที่ผสมเสร็จใหม่ๆ ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะคล้ายขนมปัง คือเนื้อแป้งเบา ฟู และมีรสชาติอร่อย หลังจากนำไปทำให้สุก


ซึ่งต่อมาชาวกรีกได้มีการพัฒนาการผลิตขนมปังให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยการประดิษฐ์เครื่องโม่แป้งจากข้าวสาลีทำให้สามาผลิตแป้งสำหรับทำขนมปังได้ อีกทั้งยังได้คิดค้นดัดแปลงเจาอบเป็นแบบใช้อิฐก่อชาวกรีกนั้นนอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตขนมปังขาวแล้ว ยังเป็นผู้ผลิตขนมเค้กและเบเกอรี่หลากหลายชนิด โดยอาศัยการผสม นม น้ำมัน เหล้าไวน์ เนยแข็งและน้ำผึง เข้าไปในส่วนผสม


ในสมัยกรีกได้พัฒนาการทำขนมปัง โดยปั้นเป็นก้อนกลมรี น้ำหนักก้อนละ 1 ปอนด์ และเปลี่ยนรูปแบบเตาอบเป็นลักษณะคล้ายรวงผึ้ง ซึ่งยังใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิงเหมือนเดิม ต่อมาในสมัยโรมัน ก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีการทำขนมปังเพิ่มขึ้น โดยสร้างเครื่องผสมซึ่งประกอบด้วยอ่างหินและพายไม้ และก็พัฒนามาเรื่อย จนถึงศตวรรษที่ 13 ชาวฝรั่งเศสได้บันทึกถึงความก้าวหน้าของการพัฒนาเครื่องทำขนม ชนิดของขนมปัง และเมื่อกลางศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมาอุตสาหกรรมขนมอบก็เริ่มเกิดขึ้น และมีการพัฒนาต่อเนื่อง


ในประเทศไทย ได้พบหลักฐานในปี พ.ศ. 2230 จากจดหมายเหตุของนักบวชชาวฝรั่งเศส เขียนรายงานเรื่องการซื้อแป้งสาลีมาทำขนมปังในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ปี พ.ศ. 2399 จากรายงานของกัปตันเทาเซนต์ แฮรีส ว่ามีการนำแป้งสาลีจากฮ่องกงเพื่อทำขนมปังสำหรับงานเลี้ยงในพระราชวังสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีวิวัฒนธรรมการบริโภค จึงมีการเปลี่ยนแปลงนิสัยการบริโภคให้คล้อยตามชาวตะวันตก อีกทั้งการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเทศอเมริกาหรือประเทศคานาดาที่ได้เข้ามาอาศัย และทำธุรกิจจึงทำให้เกิดการผลิตเบเกอรี่ชนิดต่างๆ เช่น ขนมปัง เค้ก คุกกี้ พาย เพื่อบริการให้ชาวต่างชาติเหล่านี้ และนำออกจำหน่าย เป็นผลให้ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เป็นที่รู้จักของคนไทยมากยิ่งขึ้นโดยธุรกิจประเภทนี้ได้เริ่มเติบโตขึ้นเมื่อประมาณ 30 – 40 ปีที่ผ่านมา


ซึ่งเจ้าของร้านสมัยสงครามเวียดนามประเทศไทยเป็นสถานที่ที่ทหารอเมริกาได้ใช้เป็นฐานทัพ จึงทำให้บริษัทยูไนเต็ดลาวมิลล์เห็นช่างทางก่อตั้งโรงงานผลิตแป้งสาลีในประเทศไทย เพื่อใช้ทำผลิตภัณฑ์พร้อมทั้งมีการสาธิตการทำผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และจัดการฝึกอบรบการใช้แป้งสาลีให้ลูกค้าในธุรกิจเบเกอรี่เพื่อให้สามารถนำแป้งสาลีไปใช้ผลิตเบเกอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และเป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้แป้งสาลีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อสงครามเวียดนามยุติลง ธุรกิจเบเกอรี่ก็ยังคงได้รับความนิยม และมีการขยายให้ใหญ่โตขึ้นขนวิธีการผลิตเปลี่ยนไปจากเดิม จากร้านเล็กๆ ที่ผลิตด้วยมือมาเป็นอุตสาหกรรมขนาดย่อม มีการปรับปรุง ในเรื่องเนื้อสัมผัสความเบาฟู รสหวาน ความมันและกลิ่นหอม ตามความต้องการของผู้รับประทาน ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย


ประเภทของเบเกอรี่แบ่งออกเป็น 4 ประเภทด้วยกัน ดังนี้

เค้ก

การทำเค้กนั้นจะเน้นแป้งที่เนียนละเอียด จำเป็นที่จะต้องร่อนให้เนียนละเอียดที่สุด จากนั้นนำเข้าเครื่องผสมกับเนย น้ำตาล ไข่ นม เป็นต้น ปรุงรสและเติมสีสันตามชอบ จะเพิ่มส่วนผสมอื่น ๆ เข้าไปเพื่อเนื้อสัมผัสที่ดีและเพิ่มความอร่อยก็ได้ เช่น การเติมผลไม้ลงไป เติมช็อกโกแลต เป็นต้น


ขนมปัง

ขนมปังนั้นมีส่วนผสมของแป้งสาลีและใส่ยีสต์เป็นหลัก เพิ่มเกลือเล็กน้อย และใส่น้ำเพื่อผสมให้เข้ากันทั้งหมด แบ่งเป็นก้อน ปั้นเป็นรูปร่างตามชอบ ซึ่งถ้าหากต้องการรสชาติที่แตกต่างจากรสดั้งเดิมของขนมปัง ก็สามารถใส่ส่วนผสมอื่น ๆ เข้าไปได้ เช่น เนื้อสัตว์ ผลไม้ ครีม แยม เป็นต้น แล้วนำไปอบให้สุก ตัวขนมปังจะฟูขึ้นสวยงาม น่ารับประทาน


พาสทรี

ขนมชนิดนี้เรามักเรียกกันว่าพาย เช่น พายสับปะรด พายแฮมและชีส พายบลูเบอรี่ เป็นต้น ผสมแป้งกับส่วนผสมอื่น ๆ ที่ทำให้เป็นแป้งพาย จากนั้นก็จะต้องพับแป้งให้เป็นชั้น และต้องมีพื้นที่ให้สอดไส้เป็นรสชาติต่าง ๆ ถือว่าขั้นตอนการทำนั้นค่อนข้างยุ่งยากเลยทีเดียว ซึ่งชนิดของเบเกอรี่ทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้


คุกกี้

ขนมเบเกอรี่ชื่อดังอย่างคุกกี้นั้นกำลังเป็นที่นิยมเลย สิ่งสำคัญที่ต้องมีเลย ก็คือ แป้ง นม ไข่และเนย นั่นเอง โดยจะใส่แป้งและเนยค่อนข้างมาก ทำให้เนื้อคุกกี้หอมหวานยิ่งขึ้น ซึ่งคุกกี้เองก็เริ่มมีหลายประเภทในปัจจุบันเช่นกัน เช่น ซอฟต์คุกกี้ บราวนี่คุกกี้ เป็นต้น


Thai Bakery เป็นหนึ่งในโรงงานรับผลิตขนมเบเกอรี่ 23 ปีในธุรกิจขนมเบเกอรี่ ทำให้เรามีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญอย่างมากในการผลิตสินค้ากลุ่มขนมเบเกอรี่ เรามีทีมงานคุณภาพช่วยสนับสนุนเจ้าของธุรกิจตั้งแต่กระบวนการคิดค้น วิจัย พัฒนา ผลิต ไปจนถึงการทำบรรจุภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้า พร้อมการรับรองมาตรฐานตามหลักสากล และเราสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์หรือสินค้าเบเกอรี่ของคุณไปถึงมือผู้บริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก


เริ่มต้น ! สร้างแบรนด์ของคุณได้ที่นี่

Facebook : https://web.facebook.com/TBGfood/

Email : taksaporn.chaya@tbgfood.co

Phone : 092-2488418

Tel: 123-456-7890